เครื่องมือคำนวณ XAU/USD
ชุดเครื่องมือคำนวณ 5 อย่างสำหรับวางแผนการเทรดทองคำ XAU/USD อย่างแม่นยำ
ขนาดสัญญา
คำนวณจำนวน lot ที่เหมาะสมโดยอิงจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อไม่ให้เสียเกินงบต่อออเดอร์
02มูลค่า pip
รู้ว่า 1 pip ของทองคำ XAU/USD มีค่าเท่าไหร่ในสกุลเงินบัญชีของคุณ ก่อนเปิดออเดอร์
03เงินประกัน
ดูว่าต้องใช้ margin เท่าไหร่ที่ leverage ต่าง ๆ เช่น 1:500 กับ 0.10 lot ใช้เพียงประมาณ $85.50
04กำไร / ขาดทุน
คำนวณผลต่างระหว่างราคาเข้าและออกเป็นจำนวนเงินและจำนวน pip ได้ทันที
05Pivot points
หาแนวรับแนวต้านจากราคาปิดของวันก่อนหน้า เพื่อวางแผนจุดเข้าและจุดทำกำไร
เครื่องมือคำนวณในชุดนี้ตอบคำถามอะไร และควรใช้เมื่อไหร่
เครื่องคิดเลขชุดนี้ตอบคำถามที่เทรดเดอร์ทองคำต้องเจอทุกวัน ตั้งแต่การคำนวณขนาดล็อตให้ความเสี่ยงคงที่ การคิดมูลค่าต่อ pip มาร์จิ้นที่ต้องใช้ ไปจนถึงกำไรขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และจุด pivot สำหรับช่วยวางแนวรับแนวต้านในแต่ละวัน แต่ละเครื่องมือถูกออกแบบมาให้ใช้แยกกันได้ แต่จะทรงพลังที่สุดเมื่อใช้ต่อเนื่องกันเป็นขั้นตอน เช่น เริ่มจากกำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อไม้ก่อน แล้วค่อยคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสม จากนั้นเช็คมาร์จิ้นและประมาณการกำไรขาดทุน
เครื่องมือคำนวณเหล่านี้ฟรีและตั้งค่าให้เหมาะกับเทรดเดอร์ในประเทศไทยแล้ว โดยแสดงผลเป็นสกุลเงินบาท (฿) และอ้างอิงช่วงเวลาการซื้อขายของตลาดทองคำโลกที่คาบเกี่ยวกับเวลาทำการของไทย คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาแปลงค่าเองหรือกังวลเรื่องความคลาดเคลื่อนของอัตราแลกเปลี่ยน เพียงกรอกตัวเลขที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือจะคำนวณให้ทันที เพื่อให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้นและมีวินัยมากขึ้น
เชื่อมโยงเครื่องมือเข้าด้วยกัน: จากความเสี่ยงสู่แผนการเทรด
การเทรดอย่างเป็นระบบเริ่มจากการตัดสินใจเรื่องความเสี่ยงก่อนเสมอ เครื่องมือคำนวณขนาด position ช่วยให้คุณกำหนดได้ว่าควรเปิดกี่ล็อตเมื่อต้องการเสี่ยงไม่เกินจำนวนเงินที่ตั้งไว้ จากนั้นใช้เครื่องคิดมูลค่า pip เพื่อดูว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแต่ละ pip มีผลต่อกำไรขาดทุนของคุณเป็นเงินบาทเท่าไร และใช้เครื่องคิดมาร์จิ้นเพื่อยืนยันว่าเงินในบัญชีเพียงพอสำหรับขนาด position นั้นภายใต้เลเวอเรจที่เลือก
เมื่อได้ขนาดล็อตและมาร์จิ้นที่ชัดเจนแล้ว เครื่องคำนวณกำไรขาดทุนจะช่วยฉายภาพว่าหากราคาทองคำเคลื่อนไปถึงเป้าหมายหรือจุดตัดขาดทุน คุณจะได้หรือเสียเป็นจำนวนเงินเท่าไร และสุดท้ายเครื่องมือ pivot point จะช่วยระบุแนวรับแนวต้านสำคัญสำหรับวันนั้น เพื่อให้คุณวางแผนจุดเข้าและจุดออกได้สอดคล้องกับโครงสร้างราคา การใช้เครื่องมือตามลำดับนี้ช่วยลดความผิดพลาดจากการคาดเดาและเสริมวินัยในการเทรด
ฟรี ตั้งค่าเป็นบาทไทย และพร้อมใช้สำหรับเซสชันในประเทศไทย
เครื่องมือทั้งหมดในหน้านี้เปิดให้ใช้งานฟรีโดยไม่มีเงื่อนไขซ่อนเร้น และแสดงผลเป็นสกุลเงินบาท (฿) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่คุณใช้ฝากถอนผ่านการโอนเงินบาทในประเทศและช่องทางที่รองรับสำหรับนักลงทุนไทยอยู่แล้ว ทำให้การประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ทันที ไม่ต้องแปลงจาก USD ให้วุ่นวาย และยังช่วยให้คุณเห็นภาพความเสี่ยงต่อไม้ในหน่วยเงินที่คุ้นเคย
นอกจากนี้ เครื่องมือยังถูกออกแบบให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการเทรดของนักลงทุนไทย ตลาดทองคำโลกเปิดทำการเกือบ 24 ชั่วโมง แต่ช่วงที่มีสภาพคล่องสูงสุดมักคาบเกี่ยวกับเซสชันลอนดอนและนิวยอร์ก ซึ่งตรงกับช่วงค่ำถึงดึกของเวลาไทย การใช้เครื่องมือเหล่านี้ในช่วงเวลาดังกล่าวช่วยให้การคำนวณอ้างอิงราคาที่เคลื่อนไหวจริงและสเปรดที่อาจแตกต่างกันตามสภาวะตลาด ทำให้การตัดสินใจแม่นยำยิ่งขึ้น
ลำดับการใช้เครื่องคิดเลข: จากขนาดสัญญาสู่ขนาดสต็อป
เริ่มจากเครื่องคำนวณมูลค่า pip เพราะต้องรู้ก่อนว่า XAU/USD ขยับ 0.01 (1 pip) จะกระทบกำไรขาดทุนกี่บาทต่อขนาดสัญญา และการคำนวณจะอ้างอิงราคาปัจจุบันรอบ 4275.0 เสมอ ขั้นตอนนี้ไม่เกี่ยวกับความเสี่ยง แต่เป็นฐานตัวเลขสำหรับทุกเครื่องมือถัดไป
เครื่องที่สองคือ Position Size Calculator ซึ่งใช้ผลต่างระหว่างราคาเข้าและราคาสต็อปที่คุณกำหนดไว้แล้วเป็นหน่วย pip เพื่อแปลงเป็นขนาดล็อตที่เหมาะสมกับจำนวนเงินบาทที่ยอมเสี่ยงในแต่ละออเดอร์ เช่น หากเสี่ยง 2,000 ฿ และระยะสต็อป 20 pip เครื่องจะคำนวณให้ทันที
สุดท้ายคือ Margin Calculator เพื่อตรวจสอบว่าขนาดล็อตที่ได้นั้นกินหลักประกันเท่าใด ภายใต้เลเวอเรจสูงสุดที่ 1:200 ผ่านนิติบุคคล SCB Bahamas และต้องเทียบกับยอดเงินคงเหลือในบัญชีก่อนเปิดออเดอร์จริงเสมอ ลำดับนี้กันการคำนวณย้อนหลังจนสับสน
สมมติฐานที่เครื่องมือแต่ละตัวมีต่อกัน
เครื่องคำนวณมูลค่า pip ตั้งสมมติฐานว่าราคา XAU/USD ที่คุณป้อนเป็นราคาเดียวกับที่โบรกเกอร์ใช้คิดกำไรขาดทุนจริง แต่ราคาตลาดเปลี่ยนทุกวินาที ตัวเลขที่ได้จึงเป็นเพียงภาพนิ่ง ณ เวลานั้น และเครื่องมือถัดไปจะนำค่ามูลค่า pip ต่อ 1 ล็อต (100 oz) ไปคูณตามสัดส่วนขนาดสัญญา
Position Size Calculator ตั้งสมมติฐานว่ามูลค่า pip คงที่ตลอดช่วงสต็อป แต่ในทางปฏิบัติ หากราคาทองวิ่งจาก 4275.0 ไปไกลมาก ค่าเงินบาทที่ใช้แปลงกำไรขาดทุนอาจเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ที่โบรกเกอร์ใช้อ้างอิง ซึ่งเครื่องมือนี้ไม่ได้ปรับให้อัตโนมัติ
Margin Calculator ตั้งสมมติฐานว่าเลเวอเรจที่ใช้คือระดับที่คุณเลือกไว้จริง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างวันจากโบรกเกอร์ รวมถึงสมมติว่าราคาปัจจุบันที่ใช้คิดหลักประกันเป็นราคาเดียวกับที่แพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 แสดง ณ เวลาส่งคำสั่ง แต่ราคาเสนอซื้อขาย (bid/ask) อาจต่างจากราคากลางที่คุณป้อนเล็กน้อย
ข้อผิดพลาดจากการกำหนดขนาดก่อนระยะสต็อป
การคำนวณขนาดสัญญาก่อนตัดสินใจว่าระดับสต็อปลอสอยู่ที่ใดเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด เพราะทำให้ขนาดล็อตถูกกำหนดจากความอยากได้กำไรหรือจากยอดเงินคงเหลือ ไม่ใช่จากความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง สต็อปคือตัวแปรแรกที่ต้องตั้งจากกราฟ
เมื่อคุณเลือกขนาด 0.10 ล็อตก่อน แล้วค่อยหาจุดสต็อป อาจพบว่าระยะสต็อปตามโครงสร้างราคาอยู่ที่ 30 pip ซึ่งทำให้ขาดทุนเกินวงเงินที่ตั้งใจไว้ เช่น หากตั้งใจเสี่ยงไม่เกิน 2,000 ฿ แต่มูลค่า pip ของ 0.10 ล็อตคือ 10 ฿ ต่อ pip การขาดทุน 30 pip จะเป็น 3,000 ฿
วิธีที่ถูกต้องคือเริ่มจากจุดเข้าที่มีเหตุผล จากนั้นมองหาจุดที่ทำให้แนวคิดการเทรดเป็นโมฆะ แล้ววัดระยะเป็น pip จากนั้นจึงใช้เครื่องคำนวณขนาดสัญญาเพื่อแปลงระยะสต็อปและวงเงินเสี่ยงบาทให้เป็นจำนวนล็อตที่แน่นอน ขนาดสัญญาเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่จุดเริ่มต้น
เหตุผลที่ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณและสิ่งที่ทำให้คลาดเคลื่อนจากตัวเลขโบรกเกอร์
ผลลัพธ์จากเครื่องมือเหล่านี้เป็นค่าประมาณเสมอ เพราะใช้ราคากลาง ณ เวลาที่ป้อนข้อมูล แต่โบรกเกอร์จะคิดกำไรขาดทุนจากราคา bid หรือ ask ฝั่งที่คุณปิดสถานะ ซึ่งต่างจากราคากลางเล็กน้อยตามสภาพคล่องของตลาด XAU/USD ในแต่ละช่วงเวลา
ค่าสวอปหรือค่าธรรมเนียมข้ามคืนที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจะไม่ถูกรวมในเครื่องคำนวณมูลค่า pip หรือขนาดสัญญา แต่กระทบต้นทุนจริงหากคุณถือสถานะข้ามเที่ยงคืนตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของแพลตฟอร์ม FxPro ตัวเลขนี้เปลี่ยนทุกวันตามอัตราดอกเบี้ยและอุปสงค์อุปทานของทองคำ
อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ที่ใช้แปลงกำไรขาดทุนเป็นบาทก็เป็นอีกตัวแปรหนึ่ง เครื่องมือของเราอาจใช้อัตรากลางจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แต่โบรกเกอร์อาจใช้อัตราที่ต่างออกไปสำหรับการชำระบัญชี หรือมีการบวกลบส่วนต่างเล็กน้อย การกระทบยอดกับรายงานของโบรกเกอร์หลังปิดออเดอร์จึงจำเป็นเสมอ
ลำดับการใช้เครื่องคิดเลข: เริ่มจากความเสี่ยงต่อการเทรดก่อนเสมอ
ใช้เครื่องคิดเลขขนาดตำแหน่งเป็นตัวแรกเสมอ เพราะมันแปลงเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ต่อการเทรดให้เป็นขนาดสัญญาที่ปลอดภัย โดยต้องรู้ระยะ stop loss เป็นจุดก่อน แล้วจึงคำนวณขนาด lot จากสูตรที่ใช้ราคาทอง XAU/USD, มูลค่า pip และยอดเงินในบัญชี วิธีนี้ทำให้ความเสี่ยงต่อการเทรดถูกควบคุมไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่คำนวณทีหลังเมื่อเปิดออเดอร์ไปแล้ว
เมื่อได้ขนาดตำแหน่งแล้ว ลำดับถัดไปคือเครื่องคิดเลขกำไรขาดทุน เพื่อดูว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองแต่ละจุดจะทำให้กำไรหรือขาดทุนเท่าไรในสกุลบาทไทย โดยใช้ขนาด lot ที่คำนวณไว้และทิศทางที่คาดการณ์ เครื่องมือนี้ช่วยให้เห็นภาพผลตอบแทนที่เป็นไปได้ก่อนตัดสินใจจริง และยืนยันว่าระดับ take profit ที่ตั้งไว้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่
เครื่องคิดเลขมาร์จิ้นควรใช้หลังจากรู้ขนาดตำแหน่งแล้ว เพราะคำนวณเงินประกันที่ต้องใช้เปิดออเดอร์ โดยอ้างอิงจากเลเวอเรจสูงสุดที่ 1:200 ผ่านหน่วยงาน SCB Bahamas ตามที่ FxPro ระบุ แต่ต้องเข้าใจว่าเลเวอเรจเป็นเพียงเพดาน ไม่ใช่ค่าแนะนำ ยิ่งใช้เลเวอเรจสูง เงินประกันยิ่งน้อยแต่ความเสี่ยงยิ่งเพิ่ม เครื่องคิดเลขจะช่วยให้คุณรู้ว่ายอดเงินในบัญชีเพียงพอหรือไม่ก่อนส่งคำสั่ง
สมมติฐานที่เครื่องมือแต่ละตัวมีต่อกัน: ข้อมูลใดที่ต้องป้อนให้ตรงกัน
เครื่องคิดเลขขนาดตำแหน่งสมมติว่าคุณทราบระยะ stop loss เป็นจุดและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อการเทรดแล้ว โดยใช้สูตรที่อ้างอิงราคาทอง XAU/USD ที่ประมาณ 4275.0 และมูลค่า pip ต่อ 1 lot มาตรฐานที่ $10 ต่อ 0.01 จุด เครื่องมือนี้ไม่สนใจเลเวอเรจหรือมาร์จิ้น เพราะเน้นเฉพาะการควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเท่านั้น
เครื่องคิดเลขกำไรขาดทุนสมมติว่าขนาดตำแหน่งที่ป้อนเข้ามานั้นคำนวณจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้แล้ว และใช้ราคาปัจจุบันของทอง XAU/USD เป็นฐานในการแปลงจุดเป็นเงินบาท โดยอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB จะถูกดึงจากแหล่งข้อมูลภายนอกที่อัปเดตอัตโนมัติ ผลลัพธ์จึงเป็นค่าประมาณที่อาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามช่วงเวลาที่ดึงข้อมูล
เครื่องคิดเลขมาร์จิ้นสมมติว่าเลเวอเรจที่เลือกใช้คือ 1:200 ซึ่งเป็นค่าสูงสุดที่ให้บริการในประเทศไทยผ่าน SCB Bahamas และใช้ราคาทองปัจจุบันในการคำนวณเงินประกันขั้นต้น โดยไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่น เช่น ค่าสเปรดหรือค่าสวอป ดังนั้นตัวเลขมาร์จิ้นที่ได้จึงเป็นเพียงเงินประกันขั้นต่ำที่ต้องมีในบัญชีเพื่อเปิดออเดอร์เท่านั้น
ข้อผิดพลาดจากการกำหนดขนาดก่อนระยะสต็อป: ทำไมต้องตั้ง stop loss ก่อนคำนวณ lot
การกำหนดขนาดตำแหน่งก่อนตัดสินใจระยะ stop loss เป็นข้อผิดพลาดที่ทำให้ความเสี่ยงต่อการเทรดไม่สอดคล้องกับแผนที่วางไว้ เพราะถ้าคุณเลือก lot มาก่อนแล้วค่อยตั้ง stop loss ทีหลัง คุณอาจต้องวาง stop loss ใกล้เกินไปจนโดนตัดขาดทุนจากความผันผวนปกติของทอง XAU/USD หรือไกลเกินไปจนขาดทุนเกินเปอร์เซ็นต์ที่ยอมรับได้
เมื่อคุณคำนวณขนาด lot จากระยะ stop loss ที่ชัดเจนก่อน เครื่องคิดเลขจะบังคับให้คุณคิดถึงจุดที่การวิเคราะห์ของคุณผิดพลาดก่อนเปิดออเดอร์ วิธีนี้ทำให้ทุกการเทรดมีความเสี่ยงที่เท่ากันในรูปตัวเงิน ไม่ว่าระยะ stop loss จะกว้างหรือแคบ และป้องกันไม่ให้อารมณ์เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจระหว่างที่ราคาเคลื่อนไหว
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม: หากคุณต้องการเสี่ยง 1% ของบัญชี 100,000 บาท ในการเทรดทอง XAU/USD และระยะ stop loss ของคุณคือ 50 จุด เครื่องคิดเลขจะคำนวณขนาด lot ที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าคุณตั้ง lot ไว้ก่อนที่ 0.10 lot แล้วค่อยมาระบุ stop loss ทีหลัง คุณอาจพบว่าความเสี่ยงจริงกลายเป็น 2% หรือมากกว่า ซึ่งเกินกว่าที่แผนการเทรดของคุณอนุญาต
ลำดับการใช้เครื่องคิดเลข: จากความเสี่ยงต่อการเทรดไปจนถึงขนาดสัญญา
เริ่มต้นจากเครื่องคิดเลขความเสี่ยงต่อการเทรดเสมอ เพราะมันแปลงจำนวนเงินเป็นบาทไทยที่คุณยอมเสียได้ให้กลายเป็นระยะ stop loss ในหน่วย pips ของ XAU/USD ก่อนที่คุณจะแตะเครื่องมืออื่นใด ตัวเลขนี้มาจากราคาปัจจุบันประมาณ 4275.0 และขนาดบัญชีของคุณ ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าตลาดจะไปทางไหน
ต่อด้วยเครื่องคิดเลขขนาด position ซึ่งใช้ระยะ stop loss ที่เพิ่งได้มาพร้อมกับเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่คุณตั้งไว้ เพื่อคำนวณปริมาณ lot ที่เหมาะสม อย่าข้ามขั้นนี้ไปใช้ตัวเลข lot จากประสบการณ์เดิม เพราะทองคำ 1 standard lot เท่ากับ 100 oz และการเคลื่อนไหว 1 pip คิดเป็น 0.01 การเปลี่ยนขนาดเพียงเล็กน้อยก็กระทบความเสี่ยงเป็นอย่างมาก
สุดท้ายใช้เครื่องคิดเลข margin และ profit/loss เพื่อตรวจสอบว่าขนาด lot ที่คำนวณได้ต้องใช้เงินประกันเท่าไร และกำไรขาดทุนต่อ pip เป็นเท่าไร ในกรณี leverage สูงสุดที่ให้ในไทยคือ 1:200 ผ่าน SCB Bahamas entity ตำแหน่ง 0.10 lot ต้องใช้ margin ประมาณ $85.50 แต่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ leverage เต็มจำนวนนี้เสมอไป
ข้อมูลจากโบรกเกอร์โดยตรง
FxPro ให้บริการแพลตฟอร์ม MT4, MT5, cTrader และแอป FxPro มีสเปรดแข่งขันต่ำและเงินฝากเริ่มต้นต่ำ รองรับการฝากเงินจากไทยผ่าน PromptPay โบรกเกอร์กำกับดูแลโดย FCA (UK) และ CySEC แต่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย
เข้าสู่เว็บ FxPro →