แอพทอง

เครื่องคำนวณมูลค่า Pip ทองคำ (XAU/USD) สำหรับบัญชีเงินบาท

รู้ทันทีว่าการเคลื่อนที่ของราคาทองคำ 1 pip มีมูลค่ากี่บาทสำหรับขนาด lot ที่คุณเลือก

มูลค่าพิป
XAU/USD · มูลค่าของหนึ่งพิป
ต่อพิป
—
ต่อการเคลื่อนไหว 1.00
—
ขนาดโพสิชัน
—
สัญญา
100 oz
ล็อตหน่วยต่อพิป

วิธีการทำงาน

เลือกขนาด lot และใส่ราคาทองคำปัจจุบัน ระบบจะคำนวณมูลค่าต่อ 1 pip เป็นสกุล USD จากนั้นแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่คุณกำหนด ผลลัพธ์ช่วยให้คุณประเมินกำไรขาดทุนต่อการเคลื่อนไหวของราคาได้แม่นยำก่อนเปิดออเดอร์

Pip value = lots × 100 × pip

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

xau/usd · หนึ่งแท่ง หนึ่งชั่วโมงเป้าหมายจุดเข้าจุดตัดขาดทุน
pip คือหนึ่งขั้นบนแกนนี้ มูลค่าของมันขึ้นอยู่กับขนาดที่คุณเทรด

เครื่องมือนี้ตอบคำถามอะไร และทำไมเทรดเดอร์ไทยต้องรู้ค่า pip

เครื่องมือนี้ตอบคำถามว่า ถ้าราคาทองคำขยับ 1 pip (0.01 USD) ฉันจะได้หรือเสียเงินกี่บาทสำหรับขนาด lot ที่ถืออยู่ การรู้ค่า pip ล่วงหน้าช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ต้องคำนวณเองทุกครั้ง

เทรดเดอร์ไทยที่ใช้บัญชีเงินบาทจำเป็นต้องรู้ค่า pip ในสกุลบาท เพราะการเคลื่อนไหวของทองคำเป็น USD แต่กำไรขาดทุนจะถูกแปลงเป็นบาทเมื่อปิดออเดอร์ การรู้ตัวเลขนี้ช่วยให้ตัดสินใจวาง stop loss และ take profit ได้อย่างมีเหตุผล

นอกจากนี้ยังช่วยเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการเทรดทองคำกับสินทรัพย์อื่น หรือระหว่างโบรกเกอร์ที่มีค่า spread และค่าธรรมเนียมต่างกัน เพราะคุณจะเห็นต้นทุนต่อ pip ที่แท้จริงเป็นเงินบาท

สูตรการคำนวณมูลค่า pip แบบตรงไปตรงมา

สูตรคือ Pip Value = (Contract Size × Pip Size) × Lot Size โดย Contract Size สำหรับทองคำ 1.00 lot คือ 100 oz และ Pip Size คือ 0.01 ดังนั้น (100 × 0.01) = $1.00 ต่อ pip ต่อ 1.00 lot ในสกุล USD

เมื่อต้องการค่าเป็นบาท ให้นำ $1.00 ไปคูณกับอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เช่น ถ้า 1 USD = 35 บาท จะได้ 35 บาทต่อ pip ต่อ 1.00 lot สำหรับ lot อื่นๆ ก็คูณตามสัดส่วน เช่น 0.10 lot จะได้ 0.10 × 35 = 3.5 บาทต่อ pip

ตัวแปรที่ต้องใส่ในเครื่องมือคือ ขนาด lot (เป็นทศนิยม) และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ราคาทองคำไม่จำเป็นต้องใช้ในสูตรนี้ เพราะ contract size คงที่ แต่เครื่องมืออาจแสดงเพื่อให้เห็นภาพรวมของมูลค่า position

ตัวอย่างการคำนวณมูลค่า pip ทองคำเป็นเงินบาท

สมมติเทรดเดอร์ถือทองคำ 0.50 lot ราคาปัจจุบัน 4275.0 USD ต่อ oz และอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อ USD ขั้นแรกคำนวณ pip value ต่อ 1.00 lot ได้ (100 oz × 0.01) = $1.00 ต่อ pip

สำหรับ 0.50 lot มูลค่าต่อ pip ใน USD คือ 0.50 × $1.00 = $0.50 ต่อ pip จากนั้นแปลงเป็นบาทโดยคูณ 35 จะได้ 0.50 × 35 = 17.5 บาทต่อ pip

หมายความว่าทุกครั้งที่ราคาทองคำเคลื่อนที่ 1 pip (เช่นจาก 4275.00 เป็น 4275.01) กำไรหรือขาดทุนของพอร์ตจะเปลี่ยน 17.5 บาท ถ้าราคาเคลื่อนที่ 100 pip จะเป็น 1,750 บาท

ข้อควรระวังและวิธีใช้ค่า pip ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการลืมว่า pip ของทองคำคือ 0.01 ไม่ใช่ 0.0001 เหมือนคู่เงิน Forex ทั่วไป การใช้ pip size ผิดจะทำให้มูลค่าที่คำนวณได้คลาดเคลื่อน 10 เท่า ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ 0.01 เสมอสำหรับ XAU/USD

อีกจุดที่ต้องระวังคืออัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ เนื่องจากโบรกเกอร์อาจใช้อัตราแปลงสกุลเงินที่ต่างจากตลาดเล็กน้อย และค่าธรรมเนียมการแปลงอาจถูกเรียกเก็บ ควรสอบถามโบรกเกอร์ถึงอัตราที่ใช้จริงสำหรับการปิดกำไรขาดทุนเป็นบาท

ใช้ค่า pip เพื่อตั้ง stop loss และ take profit อย่างมีสติ เช่น ถ้ายอมขาดทุน 500 บาท และค่า pip คือ 17.5 บาทต่อ pip ระยะ stop loss ที่เหมาะสมคือประมาณ 28–29 pip ไม่ใช่การเดาตัวเลขส่งเดช

Pip, point และ tick คือสามหน่วยวัดที่ไม่เหมือนกัน

Pip คือหน่วยการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุดตามมาตรฐานของคู่เงินหรือสินค้าโภคภัณฑ์นั้น โดยสำหรับทองคำ XAU/USD หนึ่ง pip เท่ากับ 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งหมายความว่าราคาเปลี่ยนจาก 4275.00 เป็น 4275.01 คือการเคลื่อนไหวหนึ่ง pip พอดี

Point ในแพลตฟอร์ม MT4 และ MT5 มักหมายถึงตัวเลขหลักสุดท้ายที่แสดงบนหน้าจอราคา ซึ่งโดยทั่วไปสำหรับทองคำจะแสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง ดังนั้นหนึ่ง point จึงเท่ากับ 0.01 เช่นกัน แต่ในบางแพลตฟอร์มที่แสดงทศนิยม 3 ตำแหน่ง หนึ่ง point จะเท่ากับ 0.001 หรือเท่ากับหนึ่งในสิบของ pip

Tick คือการเปลี่ยนแปลงราคาเพียงหนึ่งครั้งที่เกิดขึ้นจริงจากการส่งคำสั่งซื้อขาย ซึ่งขนาดของ tick อาจไม่เท่ากับ pip เสมอไป เพราะราคาสามารถกระโดดข้ามหลาย pip ได้ในครั้งเดียว ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและความผันผวนของตลาด นักเทรดจึงควรแยกสามหน่วยนี้ให้ออกก่อนคำนวณความเสี่ยง

เหตุผลที่มูลค่า pip ของทองคำคงที่แต่คู่เงินอื่นไม่คงที่

มูลค่า pip ของทองคำ XAU/USD คงที่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเสมอสำหรับขนาดสัญญาที่เท่ากัน เพราะหนึ่ง pip มีค่าเท่ากับ 0.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหนึ่งล็อตมาตรฐานมีขนาด 100 ออนซ์ ดังนั้นมูลค่า pip ต่อหนึ่งล็อตมาตรฐานจึงเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐเสมอ ไม่ว่าราคาทองจะอยู่ที่เท่าใด

สำหรับคู่เงินที่มี USD เป็นสกุลเงินอ้างอิงเช่น EUR/USD มูลค่า pip ก็คงที่เป็น USD เช่นกัน แต่สำหรับคู่เงินที่ USD เป็นสกุลเงินหลัก เช่น USD/JPY หรือคู่เงินครอสที่ไม่มี USD มูลค่า pip จะเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน เพราะต้องแปลงค่ากลับเป็นสกุลเงินบัญชีของผู้เทรด

สำหรับทองคำ มูลค่า pip ในสกุลเงินบาทจะไม่คงที่ เนื่องจากต้องแปลงจาก USD เป็น THB ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ซึ่งผันผวนทุกวัน ดังนั้นนักเทรดไทยที่ใช้บัญชีสกุลบาทจะเห็นมูลค่า pip เปลี่ยนแปลงตามค่าเงินบาท แม้ตัว pip ใน USD จะคงที่ก็ตาม

มูลค่า pip เพิ่มขึ้นตามขนาดสัญญาอย่างเป็นสัดส่วนโดยตรง

มูลค่า pip ของทองคำคิดจากขนาดสัญญาเป็นหลัก โดยสูตรคือ ขนาดสัญญา (เป็นล็อต) คูณ 100 ออนซ์ต่อล็อต คูณ 0.01 ดอลลาร์ต่อ pip เช่น 0.10 ล็อต จะมีมูลค่า pip เท่ากับ 0.10 x 100 x 0.01 = 0.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อ pip

การเพิ่มขนาดสัญญาเป็นสองเท่าจะทำให้มูลค่า pip เพิ่มเป็นสองเท่าเสมอ เช่น จาก 0.10 ล็อตเป็น 0.20 ล็อต มูลค่า pip จะเปลี่ยนจาก 0.10 ดอลลาร์เป็น 0.20 ดอลลาร์ ความสัมพันธ์นี้เป็นเส้นตรงและไม่มีองค์ประกอบอื่นมาเกี่ยวข้อง ต่างจากสินทรัพย์บางประเภทที่มีการคิดค่าคอมมิชชันแบบขั้นบันได

สำหรับนักเทรดไทยที่ต้องการทราบมูลค่า pip เป็นเงินบาท ให้นำมูลค่า pip ใน USD ไปคูณกับอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ณ ขณะนั้น เช่น ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่า pip ของ 0.10 ล็อตจะเท่ากับ 0.10 x 35 = 3.50 บาทต่อ pip แต่ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนได้ทุกวันตามค่าเงิน

ใช้มูลค่า pip แปลงจุด Stop Loss ให้เป็นจำนวนเงินที่เสี่ยงจริง

เมื่อทราบมูลค่า pip ต่อขนาดสัญญาที่จะเทรดแล้ว นักเทรดสามารถคำนวณความเสี่ยงเป็นตัวเงินได้โดยตรง โดยนำระยะ Stop Loss (เป็น pip) คูณกับมูลค่า pip เช่น ถ้าเปิด 0.10 ล็อตที่มูลค่า pip 0.10 USD และตั้ง Stop Loss ห่าง 50 pip ความเสี่ยงจะเท่ากับ 50 x 0.10 = 5 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับบัญชีสกุลบาท ให้แปลงมูลค่า pip เป็นบาทก่อนแล้วจึงคูณกับระยะ Stop Loss เช่น ถ้าอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อ USD มูลค่า pip ของ 0.10 ล็อตคือ 3.50 บาท ถ้า Stop Loss 50 pip ความเสี่ยงคือ 50 x 3.50 = 175 บาท วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพความเสี่ยงในสกุลเงินที่ใช้จริง

การคำนวณนี้สำคัญต่อการกำหนดขนาดสัญญาให้เหมาะสมกับเงินทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น ถ้ารับความเสี่ยงได้ไม่เกิน 500 บาทต่อการเทรดหนึ่งครั้ง และ Stop Loss ต้องห่าง 50 pip มูลค่า pip สูงสุดที่ยอมรับได้คือ 10 บาทต่อ pip ซึ่งเมื่อหารด้วยอัตราแลกเปลี่ยนแล้วจะได้ขนาดสัญญาที่ควรใช้

Pip, point และ tick แยกจากกันอย่างไรในตลาดทองคำ

Pip คือหน่วยวัดการเคลื่อนไหวราคาที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของ XAU/USD โดย 1 pip เท่ากับการเปลี่ยนแปลง 0.01 ในราคาทองคำ เช่น จาก 4275.00 เป็น 4275.01 แต่ point กลับเล็กกว่านั้นอีกคือ 0.001 หรือหนึ่งในสิบของ pip และมักใช้ในแพลตฟอร์มที่แสดงทศนิยมสามตำแหน่งเพื่อความละเอียดในการส่งคำสั่ง ส่วน tick คือการเปลี่ยนแปลงราคาเพียงหนึ่งขั้นที่โบรกเกอร์กำหนด ซึ่งสำหรับทองคำมักเท่ากับ 0.01 หรือ 0.001 ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการสภาพคล่องและแพลตฟอร์มที่ใช้ ความสับสนระหว่างสามหน่วยนี้ทำให้เทรดเดอร์คำนวณระยะ Stop Loss หรือ Target ผิดพลาดได้ง่าย เพราะตัวเลขเดียวกันอาจแทนค่าคนละความหมายหากไม่ตรวจสอบจำนวนทศนิยมในหน้าต่างคำสั่งให้ชัดเจน

Point เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในการเสนอราคาทองคำของบางโบรกเกอร์ โดย 1 point = 0.001 ใน XAU/USD ขณะที่ 1 pip = 0.01 ดังนั้นราคาที่ขยับจาก 4275.000 เป็น 4275.001 คือหนึ่ง point แต่ไม่ถึงหนึ่ง pip และการเคลื่อนไหว 10 points จึงเท่ากับ 1 pip พอดี ความแตกต่างนี้สำคัญมากเมื่ออ่านค่าสเปรดหรือระยะ Stop Loss ใน MT4 หรือ MT5 เพราะบางรุ่นแสดงราคาเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง บางรุ่นแสดงสามตำแหน่ง หากเทรดเดอร์เห็นตัวเลข 15 จุด แต่นึกว่าเป็น 15 pips มูลค่าความเสี่ยงที่คำนวณได้จะผิดไปถึงสิบเท่า จึงควรตั้งค่าจำนวนทศนิยมในแพลตฟอร์มให้ตรงกับที่โบรกเกอร์กำหนด และใช้มูลค่า pip เป็นฐานในการแปลงเป็นเงินบาทเสมอ

Tick ในบริบทของ XAU/USD หมายถึงการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดที่แพลตฟอร์มยอมรับได้ในหนึ่งครั้ง ซึ่ง FxPro บน MT4 และ MT5 กำหนดให้ 1 tick = 0.01 สำหรับทองคำตามมาตรฐานตลาด แต่บางฟีดข้อมูลอาจส่งราคาเป็น 0.001 เพื่อให้การเสนอราคา Smooth ขึ้น โดยเฉพาะในบัญชี ECN หรือช่วงข่าวสำคัญ จำนวน tick ที่ราคาเคลื่อนไหวต่อวินาทีไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับมูลค่า pip แต่เทรดเดอร์ไทยที่ใช้กลยุทธ์ Scalping ต้องเข้าใจว่า tick ที่ถี่ขึ้นไม่ได้แปลว่ากำไรเพิ่มขึ้น เพราะกำไรขึ้นกับจำนวน pip ที่ราคาเคลื่อนไหวสุทธิเท่านั้น การแยกสามหน่วยนี้ให้ขาดจึงเป็นพื้นฐานของการตั้งคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ที่แม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อแปลงเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ฿ ณ เวลานั้น

เหตุผลที่มูลค่า pip ของ XAU/USD คงที่แต่คู่เงินอื่นไม่คงที่

มูลค่า pip ของทองคำคงที่เสมอที่ $1 ต่อ 1 pip สำหรับสัญญาขนาด 1 ล็อตมาตรฐาน 100 ออนซ์ เนื่องจากทองคำถูกเสนอราคาเป็นสกุลเงินเดียวคือ USD และขนาดสัญญาถูกกำหนดตายตัวที่ 100 ออนซ์ต่อล็อต เมื่อราคาเปลี่ยน 0.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การเปลี่ยนแปลงมูลค่ารวมของสัญญาจึงเท่ากับ 0.01 × 100 = $1 พอดี โดยไม่ขึ้นกับระดับราคาปัจจุบัน เช่น ที่ราคา 4275.0 หรือ 2000.0 มูลค่า pip ก็ยังเป็น $1 ต่อล็อตเสมอ เพราะตัวคูณคือจำนวนออนซ์ ไม่ใช่ราคา การตรึงไว้เช่นนี้ทำให้การคำนวณความเสี่ยงของทองคำง่ายกว่าคู่เงินอย่าง EUR/USD ที่มูลค่า pip เปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินรอง

คู่เงินอื่นเช่น EUR/USD มีมูลค่า pip ไม่คงที่เมื่อคิดเป็น USD เพราะ pip ถูกนิยามจากสกุลเงินรอง (quote currency) ในกรณีนี้คือ USD ดังนั้น 1 pip = 0.0001 USD ต่อ 1 EUR และมูลค่ารวมของ pip จึงเท่ากับ 0.0001 × ขนาดสัญญา (100,000 EUR) = $10 ต่อล็อตมาตรฐานเสมอเมื่อคิดเป็น USD แต่เมื่อเทรดเดอร์ไทยต้องการแปลงเป็นบาท มูลค่า pip จะเปลี่ยนตามอัตรา EUR/USD และ USD/THB พร้อมกันสองชั้น ขณะที่ทองคำมีเพียง USD/THB ชั้นเดียว เพราะราคาทองคำเป็น USD ต่อออนซ์อยู่แล้ว มูลค่า pip ในสกุลบาทของทองคำจึงแปรผันตามค่าเงินบาทต่อดอลลาร์เพียงตัวเดียว ไม่มีผลจากราคาทองคำเอง

การที่มูลค่า pip ของทองคำคงที่ในสกุล USD แต่ไม่คงที่ในสกุลบาท เป็นประเด็นสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ใช้บัญชีเงินบาทหรือโอนเงินผ่าน PromptPay เนื่องจากทุกครั้งที่เปิดสถานะ XAU/USD กำไรขาดทุนจะถูกคำนวณเป็น USD ก่อน แล้วจึงแปลงเป็น THB ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่โบรกเกอร์กำหนด ณ เวลาปิดสถานะหรือปรับบัญชี หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นจาก 35.0 เป็น 33.0 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่า pip ในบาทจะลดลงจาก 35 บาทเหลือ 33 บาทต่อล็อต แม้ราคาทองคำจะไม่เคลื่อนไหวเลย ดังนั้นการวางแผนความเสี่ยงควรใช้มูลค่า pip ใน USD เป็นฐาน แล้วคูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้นเท่านั้น ไม่ควรจดจำตัวเลขบาทตายตัวเพราะผันผวนทุกวัน

มูลค่า pip เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนโดยตรงกับขนาดสัญญา

มูลค่า pip ของ XAU/USD แปรผันตรงกับขนาดสัญญาที่เทรดเดอร์เลือก โดยสูตรคือ มูลค่า pip = 0.01 × จำนวนออนซ์ในสถานะ และเนื่องจาก 1 ล็อตมาตรฐาน = 100 ออนซ์ มูลค่า pip ต่อล็อตจึงเท่ากับ $1 เสมอ หากเทรดเดอร์เปิด 0.10 ล็อต (10 ออนซ์) มูลค่า pip จะลดลงเหลือ $0.10 ต่อ pip และหากเปิด 2 ล็อต (200 ออนซ์) มูลค่า pip จะเพิ่มเป็น $2 ต่อ pip ความสัมพันธ์เชิงเส้นนี้ไม่มีข้อยกเว้นในทองคำ เพราะตัวแปรเดียวที่เปลี่ยนคือจำนวนออนซ์ ไม่มีผลของราคาหรือสกุลเงินอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การขยายหรือลดขนาดสถานะเพื่อควบคุมความเสี่ยงทำได้แม่นยำเพียงแค่เปลี่ยนเลขทศนิยมของขนาดล็อตในหน้าต่างคำสั่งของ MT4 หรือ MT5

การใช้เลเวอเรจสูงสุด 1:200 ผ่าน FxPro Global Markets Limited (SCB Bahamas entity) ไม่ได้เปลี่ยนมูลค่า pip ต่อล็อต แต่เปลี่ยนเงินมาร์จิ้นที่ต้องวางเพื่อควบคุมสถานะขนาดเดียวกัน ตัวอย่างที่ให้ไว้คือ ที่ราคาทองคำประมาณ 4275.0 การเปิด 0.10 ล็อต (10 ออนซ์) ต้องใช้มาร์จิ้นประมาณ $85.50 เมื่อใช้เลเวอเรจ 1:200 แต่ถ้าเทรดเดอร์เลือกใช้เลเวอเรจต่ำลง มาร์จิ้นจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนผกผัน ขณะที่มูลค่า pip ยังคงเป็น $0.10 ต่อ pip เท่าเดิม ดังนั้นการเพิ่มเลเวอเรจจึงไม่ทำให้กำไรต่อ pip สูงขึ้น แต่ทำให้สามารถเปิดสถานะใหญ่ขึ้นด้วยเงินทุนเท่าเดิม ซึ่งเพิ่มทั้งโอกาสกำไรและความเสี่ยงขาดทุนเป็นสัดส่วนเดียวกัน เทรดเดอร์ไทยควรคำนวณจากขนาดล็อตเป็นหลัก ไม่ใช่เลเวอเรจ

สำหรับการแปลงมูลค่า pip เป็นเงินบาท สูตรคือ มูลค่า pip (USD) × อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ณ ขณะนั้น เช่น หากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 35.0 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่า pip ของ 1 ล็อตทองคำจะเท่ากับ $1 × 35.0 = 35 บาท และของ 0.10 ล็อตจะเท่ากับ 3.5 บาท ความเป็นสัดส่วนนี้ช่วยให้เทรดเดอร์ไทยที่ทุนน้อยสามารถเลือกขนาดสัญญาให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น หากต้องการเสี่ยงไม่เกิน 500 บาทต่อการเทรดหนึ่งครั้ง และตั้ง Stop Loss ไว้ 20 pips มูลค่า pip สูงสุดที่ยอมรับได้คือ 25 บาทต่อ pip ซึ่งเท่ากับขนาดสัญญาประมาณ 0.71 ล็อต (คำนวณจาก 25/35) แต่ต้องปัดลงเป็นขนาดที่โบรกเกอร์อนุญาต เช่น 0.70 ล็อต โดยตรวจสอบขั้นต่ำของ FxPro บนแพลตฟอร์มที่ใช้

การใช้มูลค่า pip แปลงระยะ Stop Loss เป็นจำนวนเงินเสี่ยงจริง

การแปลง Stop Loss จากระยะทางเป็นจำนวนเงินเสี่ยงทำได้โดยตรงด้วยสูตร ความเสี่ยง (USD) = ระยะ Stop Loss (pips) × มูลค่า pip (USD ต่อ pip) ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์เปิดสถานะ Buy XAU/USD ขนาด 0.50 ล็อต (50 ออนซ์) ที่ราคา 4275.0 และตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 4265.0 ระยะห่างคือ 10.0 จุดซึ่งเท่ากับ 10 pips (เพราะ 1 pip = 0.01) มูลค่า pip ของ 0.50 ล็อตคือ $0.50 ต่อ pip ดังนั้นความเสี่ยงรวม = 10 × $0.50 = $5 หากอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB = 35.0 ความเสี่ยงในสกุลบาทคือ 5 × 35 = 175 บาท ตัวเลขนี้คือจำนวนเงินสูงสุดที่จะสูญเสียหากราคาแตะ Stop Loss โดยไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือสวอปที่อาจเกิดขึ้น

เทรดเดอร์ไทยสามารถใช้กระบวนการย้อนกลับเพื่อกำหนดขนาดสัญญาที่เหมาะสมกับงบความเสี่ยงที่ตั้งไว้ เช่น หากพอร์ตมีเงินทุน 100,000 บาท และกฎส่วนตัวคือเสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เท่ากับ 1,000 บาท หากวิเคราะห์แล้วว่าระยะ Stop Loss ที่ถูกต้องตามโครงสร้างราคาคือ 8 pips และอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันคือ 35.0 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่า pip สูงสุดที่ยอมรับได้ = 1,000 / 8 = 125 บาทต่อ pip ซึ่งเท่ากับ 125/35 = $3.57 ต่อ pip และขนาดสัญญาที่สอดคล้องคือ 3.57 ล็อต (เพราะ $1 ต่อ pip ต่อล็อต) แต่ควรปัดลงเป็น 3.50 ล็อตเพื่อความปลอดภัยและเป็นขนาดที่แพลตฟอร์มยอมรับ วิธีนี้ทำให้ขนาดสถานะถูกกำหนดโดยความเสี่ยง ไม่ใช่โดยความอยากได้กำไร ซึ่งเป็นหลักการบริหารเงินทุนที่ยั่งยืน

ข้อควรระวังในการใช้มูลค่า pip เพื่อแปลง Stop Loss คือต้องเผื่อค่าสวอป (Swap) และค่าคอมมิชชันหากโบรกเกอร์เรียกเก็บ เนื่องจาก FxPro อาจคิดค่าธรรมเนียมแตกต่างกันตามประเภทบัญชีและแพลตฟอร์ม (MT4, MT5, cTrader, FxPro Edge) โดยค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไม่ปรากฏในสูตรมูลค่า pip แต่จะถูกหักจากกำไรหรือเพิ่มในขาดทุนจริงเมื่อถือสถานะข้ามคืนหรือเปิดปิดบ่อยครั้ง เทรดเดอร์ควรตรวจสอบรายละเอียดค่าธรรมเนียมในหน้าข้อมูลสัญญาของแพลตฟอร์มก่อนคำนวณความเสี่ยงเสมอ และควรทดสอบด้วยบัญชี Demo เพื่อดูว่ายอดขาดทุนจริงตรงกับที่คำนวณหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อใช้เลเวอเรจสูงหรือเทรดในช่วงข่าวที่สเปรดอาจกว้างขึ้นชั่วคราว การแปลง Stop Loss เป็นเงินบาทจึงเป็นเพียงตัวเลขประมาณการขั้นต่ำ ไม่ใช่การรับประกันผลขาดทุนสูงสุด

Pip, point และ tick แตกต่างกันอย่างไรในตลาดทองคำ

Pip คือหน่วยการเคลื่อนที่ของราคาที่เล็กที่สุดตามมาตรฐานของเครื่องมือ ใน XAU/USD หนึ่ง pip เท่ากับ 0.01 หรือหนึ่งเซนต์ของราคาทองคำ เช่น จาก 4275.00 เป็น 4275.01 คือการเคลื่อนที่หนึ่ง pip มูลค่าของหนึ่ง pip ต่อหนึ่งสัญญามาตรฐาน (100 ออนซ์) เท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐเสมอ ไม่ว่าราคาทองคำจะอยู่ที่ระดับใดก็ตาม การเข้าใจนิยามนี้เป็นพื้นฐานก่อนคำนวณกำไรขาดทุนหรือตั้งจุด Stop Loss ที่แม่นยำ

Point คือหน่วยย่อยที่สุดที่แพลตฟอร์มแสดงราคา โดยทั่วไปใน MT4 หรือ MT5 ราคาทองคำจะแสดงทศนิยมสองตำแหน่ง ดังนั้นหนึ่ง point จึงเท่ากับ 0.01 เช่นเดียวกับ pip ในทางปฏิบัติ แต่บางแพลตฟอร์มเช่น cTrader อาจแสดงทศนิยมสามตำแหน่ง ทำให้หนึ่ง point เท่ากับ 0.001 หรือหนึ่งในสิบของ pip ความแตกต่างนี้สำคัญเมื่ออ่านค่าระยะ Stop Loss จากหน้าจอ เพราะตัวเลขที่เห็นอาจเป็น point ไม่ใช่ pip เสมอไป ต้องตรวจสอบการตั้งค่าของแพลตฟอร์มทุกครั้งก่อนคำนวณ

Tick คือการเปลี่ยนแปลงราคาเพียงหนึ่งครั้งที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ไม่มีขนาดตายตัว อาจเท่ากับหนึ่ง point หรือหลาย point ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและความผันผวน ณ ขณะนั้น ในสัญญาทองคำ Tick มักถูกใช้ในบริบทของกราฟแท่งเทียนหรือข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่หน่วยสำหรับคำนวณมูลค่าความเสี่ยงโดยตรง นักเทรดควรแยก Tick ออกจาก Pip ให้ชัดเจน เพราะการนำ Tick มาคิดเป็นเงินอาจทำให้ระยะ Stop Loss คลาดเคลื่อนได้อย่างมาก

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลค่า Pip ทองคำสำหรับบัญชีบาทไทย

สำหรับบัญชีเทรดที่ใช้สกุลเงินบาท มูลค่า pip ของทองคำจะถูกแปลงเป็นบาทโดยอัตโนมัติตามอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ที่โบรกเกอร์ใช้ ณ เวลานั้น ซึ่งอาจแตกต่างจากอัตราตลาดเล็กน้อยเนื่องจากส่วนต่างของโบรกเกอร์ นักเทรดควรตรวจสอบอัตราที่ใช้จริงในแพลตฟอร์มหรือสอบถามฝ่ายสนับสนุนภาษาไทยของ FxPro เพื่อความแม่นยำในการวางแผนความเสี่ยง ตัวเลขที่เห็นในหน้าต่างคำสั่งซื้อขายมักแสดงมูลค่า pip เป็นสกุลเงินบัญชีอยู่แล้ว แต่การเข้าใจที่มาของตัวเลขช่วยให้ตรวจสอบความผิดปกติได้

นอกจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ค่าธรรมเนียมหรือสวอปอาจส่งผลต่อต้นทุนรวมของการถือครองตำแหน่งข้ามคืน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับมูลค่า pip โดยตรง มูลค่า pip ใช้สำหรับคำนวณกำไรขาดทุนจากการเคลื่อนไหวของราคาเท่านั้น ส่วนสวอปเป็นต้นทุนหรือรายได้แยกต่างหากที่เกิดขึ้นเมื่อถือออเดอร์ข้ามเที่ยงคืนตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ นักเทรดที่ถือทองคำระยะยาวควรแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน เพื่อประเมินผลตอบแทนสุทธิได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงดูกำไรจาก pip เพียงอย่างเดียว

สุดท้าย ควรใช้มูลค่า pip ร่วมกับการกำหนดขนาด Position ตามเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่ยอมรับได้เสมอ ไม่ใช่ใช้เลเวอเรจสูงสุดที่โบรกเกอร์อนุญาต เช่น แม้ FxPro จะให้เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:200 ผ่านหน่วยงาน SCB Bahamas สำหรับลูกค้าไทย แต่การเปิดสัญญาเต็มกำลังอาจทำให้เงิน Margin ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อราคาทองคำผันผวน การวางแผนด้วยมูลค่า pip และเงินเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อออเดอร์เป็นแนวทางที่ยั่งยืนกว่าการไล่ตามผลตอบแทนสูงในระยะสั้น

FAQ

คำถามยอดนิยม

pip ของทองคำ XAU/USD นับยังไง

1 pip ของทองคำเท่ากับ 0.01 USD เช่น จาก 4275.00 เป็น 4275.01 คือ 1 pip อย่าสับสนกับค่า pip ของคู่เงินที่มักเป็น 0.0001 เพราะทองคำมีทศนิยม 2 ตำแหน่งเท่านั้น

ค่า pip ต่อ 1.00 lot ทองคำเป็นกี่บาท

ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เช่น ถ้า 35 บาทต่อ USD จะได้ 35 บาทต่อ pip ต่อ 1.00 lot เพราะ contract size 100 oz และ pip size 0.01 ทำให้มูลค่าต่อ pip เป็น $1.00 เสมอ จากนั้นคูณอัตราแลกเปลี่ยน

ถ้าเทรด 0.10 lot ทองคำ ค่า pip เป็นเท่าไหร่

สำหรับ 0.10 lot มูลค่าต่อ pip ใน USD คือ 0.10 × $1.00 = $0.10 ต่อ pip ถ้าอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อ USD จะได้ 3.5 บาทต่อ pip การเคลื่อนที่ 100 pip จะมีผลต่อกำไรขาดทุน 350 บาท

ต้องใส่ราคาทองคำปัจจุบันในเครื่องมือไหม

ไม่จำเป็นต้องใส่ เพราะสูตรคำนวณค่า pip ใช้เฉพาะ contract size (100 oz) และ pip size (0.01) ราคาทองคำไม่มีผลต่อมูลค่า pip โดยตรง แต่เครื่องมือบางตัวอาจให้กรอกเพื่อแสดงมูลค่า position รวม

ค่า pip ที่ได้ใช้กับบัญชี USD ได้ไหม

ได้ ถ้าบัญชีของคุณเป็น USD ให้ใช้ค่า pip เป็น $1.00 ต่อ pip ต่อ 1.00 lot โดยไม่ต้องแปลงเป็นบาท เครื่องมือนี้มีตัวเลือกให้แสดงผลเป็น USD หรือบาทตามสกุลเงินบัญชีของคุณ

FxPro สำหรับทองคำ

ข้อมูลจากโบรกเกอร์โดยตรง

FxPro ให้บริการแพลตฟอร์ม MT4, MT5, cTrader และแอป FxPro มีสเปรดแข่งขันต่ำและเงินฝากเริ่มต้นต่ำ รองรับการฝากเงินจากไทยผ่าน PromptPay โบรกเกอร์กำกับดูแลโดย FCA (UK) และ CySEC แต่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย

เข้าสู่เว็บ FxPro →